อัตราจ่ายบาคาร่า bk8 ค่าคอมมิชชั่น โต๊ะพิเศษครบจบ
อัตราจ่ายบาคาร่า bk8 คือตัวเลขที่บอกว่าถ้าชนะคุณจะได้เงินคืนเท่าไหร่เมื่อเทียบกับเงินที่วางลงไป โดยฝั่ง Player จ่าย 1:1 ฝั่ง Banker จ่าย 0.95:1 หลังหักค่าคอมมิชชั่น 5% ไพ่เสมอ (Tie) จ่าย 8:1 ส่วนเดิมพันข้างอย่างคู่หรือ Perfect Pair จ่ายสูงกว่ามากแต่โอกาสเกิดต่ำลงชัดเจน
หน้านี้แยกให้ดูทีละประเภท ทั้งตารางอัตราจ่ายหลักจากโต๊ะจริงบน bk8 การเทียบความต่างระหว่างค่าย และตัวอย่างคำนวณกำไรเมื่อลงเดิมพัน 100, 500 และ 1,000 บาท อ่านจบแล้วคุณจะเทียบโต๊ะได้เองว่าแบบไหนคุ้มกับทุนและสไตล์การเล่นของคุณ
อัตราจ่ายบาคาร่า bk8 พื้นฐานที่ต้องอ่านให้เป็นก่อนเดิมพัน
ก่อนดูตัวเลข ขอปูพื้นฐานสั้น ๆ ว่าอัตราจ่ายคือข้อตกลงระหว่างคุณกับโต๊ะ ถ้าวาง 100 บาทบนฝั่ง Player แล้วชนะ คุณจะได้กำไร 100 บาทรวมเป็น 200 บาท แต่ถ้าแทง Banker แล้วชนะ กำไรจะเหลือ 95 บาทเพราะถูกหักค่าคอมมิชชั่น 5% ต่างกันแค่ 5 บาทต่อการเดิมพัน 100 บาท แต่ในระยะยาวตัวเลขนี้คือเหตุผลที่คนเล่นสายคำนวณเลือกฝั่งเจ้ามือเป็นหลัก
อีกอย่างที่คนเข้าใจผิดบ่อยคืออัตราจ่ายสูงไม่ได้แปลว่าคุ้ม เพราะเดิมพันที่จ่าย 8:1 หรือ 11:1 แลกมากับโอกาสเกิดที่ต่ำลงมาก วิธีคิดที่ตรงกว่าคือดูอัตราจ่ายคู่กับโอกาสเกิดขึ้นจริง แล้วเทียบกับทุนที่คุณรับความผิดพลาดได้
อีกจุดที่คนถามบ่อยคืออัตราจ่ายเปลี่ยนได้ไหม คำตอบคือตัวเลขหลักค่อนข้างคงที่ แต่กติกาเสริมอย่างค่าเดิมพันขั้นต่ำของเดิมพันข้างหรือเงื่อนไขแจ็คพ็อตเปลี่ยนได้ตามค่ายและช่วงเวลา จึงควรเช็คในหน้าโต๊ะก่อนวางเงินทุกครั้ง
ตารางอัตราจ่ายบาคาร่าบน bk8 ทุกประเภทเดิมพัน
ตารางด้านล่างรวบรวมอัตราจ่ายที่ใช้จริงบนโต๊ะบาคาร่าของ bk8 ทั้งเดิมพันหลัก ระบบ No Commission และเดิมพันข้าง ให้คุณเห็นในภาพเดียวว่าอะไรจ่ายเท่าไหร่และโอกาสเกิดประมาณไหน ตัวเลขความน่าจะเป็นเป็นค่าประมาณจากการแจกไพ่ 8 สำรับ ซึ่งเป็นรูปแบบที่โต๊ะส่วนใหญ่ใช้ หลังbk8เข้าสู่ระบบและเลือกโต๊ะได้แล้ว ควรเทียบตารางนี้กับกติกาของค่ายนั้นก่อนวางเงิน
| ประเภทเดิมพัน | อัตราจ่าย | โอกาสเกิดประมาณ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| Player (ผู้เล่น) | 1:1 | 44.6% | ไม่หักค่าคอมมิชชั่น |
| Banker (เจ้ามือ) | 0.95:1 | 45.9% | หักค่าคอมมิชชั่น 5% จากกำไร |
| Tie (ไพ่เสมอ) | 8:1 | 9.5% | เดิมพันคืนเมื่อเสมอ ขึ้นกับกติกาโต๊ะ |
| Banker 6 แต้ม (โต๊ะ No Commission) | 0.5:1 | ประมาณ 5-6% | ใช้กับโต๊ะที่ยกเลิกค่าคอม |
| Player Pair / Banker Pair | 11:1 | ประมาณ 9.5% | ไพ่สองใบแรกของฝั่งนั้นเป็นคู่ |
| Perfect Pair | 25:1 | ต่ำกว่า 3% | ไพ่คู่ดอกเดียวกันและสีเดียวกัน |
| Small (ไพ่รวม 4 ใบ) | 1.5:1 | ขึ้นกับกติกา | บางโต๊ะไม่มีให้เลือก |
| Big (ไพ่รวม 5-6 ใบ) | 0.5:1 | ขึ้นกับกติกา | เช็คตารางของค่ายก่อนวางเงิน |
ถ้าเพิ่งเริ่มเล่น อย่าพยายามจำทั้งตารางให้ครบตั้งแต่แรก ให้จำสามตัวเลขหลักก่อน คือ Player 1:1, Banker 0.95:1 และ Tie 8:1 ส่วนตัวเลขอื่นค่อยเปิดดูจากตารางในหน้าโต๊ะเมื่อจะใช้จริง วิธีนี้ช่วยลดความสับสนและตัดสินใจได้เร็วขึ้น
ค่าคอมมิชชั่นบาคาร่า 5% คิดยังไง พร้อมตัวอย่าง
ค่าคอมมิชชั่นบาคาร่า 5% หักจากกำไรของฝั่ง Banker เท่านั้น ไม่ได้หักจากเงินที่คุณวาง และไม่ได้หักเมื่อแพ้ ถ้าวาง 100 บาทแล้วชนะ คุณจะได้กำไร 95 บาท บัญชีเพิ่ม 195 บาท ไม่ใช่ 200 บาท ส่วนฝั่ง Player ชนะ 100 บาทได้เต็ม 100 บาท ระบบหักให้อัตโนมัติจึงไม่ต้องคำนวณเอง
ตัวอย่างที่ใช้บ่อยคือลง 500 บาท ชนะ Banker ได้กำไร 475 บาท และลง 1,000 บาทได้กำไร 950 บาท ถ้าแพ้จะเสียเต็มจำนวนที่วางไม่ว่าจะฝั่งไหน ข้อดีของค่าคอมคือหักตอนชนะเท่านั้น คนที่จดกำไรสุทธิจึงไม่สับสนว่ากำลังทำกำไรจริงหรือแค่ทรงตัว
จุดที่มือใหม่สับสนคือคิดว่าค่าคอมถูกหักจากเงินทุน 100 บาทที่วางไว้ ซึ่งไม่ใช่ ทุนยังคง 100 บาทเท่าเดิม ระบบหักเฉพาะกำไร 5 บาทต่อการชนะ 100 บาท เวลาจดสถิติให้บันทึกกำไรสุทธิหลังหักค่าคอมทุกไม้ จะได้เห็นตัวเลขจริงของเซสชัน

โต๊ะ No Commission Baccarat ต่างจากโต๊ะปกติอย่างไร
No Commission Baccarat คือโต๊ะที่ยกเลิกค่าคอมมิชชั่น 5% แลกกับการจ่ายฝั่ง Banker เพียง 1:1 แต่ถ้า Banker ชนะด้วยแต้ม 6 อัตราจ่ายจะลดเหลือ 0.5:1 เช่นวาง 100 บาท ชนะด้วยแต้ม 6 ได้กำไร 50 บาท ถ้าชนะด้วยแต้มอื่นได้เต็ม 100 บาท
คำถามคือแบบไหนคุ้มกว่า ถ้าเล่นสั้น ๆ ไม่กี่สิบตา โอกาสเจอ Banker ชนะด้วยแต้ม 6 มีไม่มาก แต่ถ้าเล่นยาวหลายร้อยตา การจ่าย 0.5:1 ในตาเหล่านั้นจะกลายเป็นต้นทุนที่สูงพอกันกับค่าคอมในโต๊ะปกติ โดยรวม house edge ของสองแบบใกล้เคียงกัน ต่างกันแค่ความถี่ที่คุณจะเจอเหตุการณ์นี้
ระบบ Super 6 จ่าย 0.5:1 เหมาะกับใคร
Super 6 คือรูปแบบโต๊ะที่ผูกกับกฎ Banker ชนะด้วยแต้ม 6 ซึ่งอัตราจ่ายของกรณีนี้อยู่ที่ 0.5:1 อย่างที่เห็นในตารางด้านบน โต๊ะแบบนี้เหมาะกับคนที่ไม่อยากจ่ายค่าคอม 5% ทุกครั้งที่ชนะ และเล่นสั้น ไม่ต้องการเจอการหักซ้ำ ๆ ในหลายสิบตา
ข้อควรรู้คือ 0.5:1 ไม่ได้ทำให้ตาที่ชนะปกติเสียหาย เพราะตาอื่นฝั่ง Banker ยังจ่าย 1:1 เต็ม เฉพาะกรณีแต้ม 6 เท่านั้นที่ได้ครึ่งเดียว ถ้าใช้สูตรเดินเงินแบบทบ โต๊ะ Super 6 จะทำให้คำนวณไม้ยากขึ้นเพราะกำไรแต่ละไม้ไม่เท่ากัน มือใหม่จึงควรเล่นหน่วยเท่ากันก่อนเพื่อดูสถิติจริง
ถ้าคุณเล่นโต๊ะ Super 6 ให้จดว่าตาไหนที่ Banker ชนะด้วยแต้ม 6 เพราะไม้เหล่านั้นได้กำไรครึ่งเดียว ถ้าจดสิบตาแล้วเจอสองครั้ง กำไรสุทธิจะต่างจากที่คิดไว้ชัดเจน และถ้าใช้สูตรทบ การขาดกำไรครึ่งหนึ่งในไม้สำคัญอาจทำให้ต้องทบไม้เพิ่มโดยไม่จำเป็น
อัตราจ่ายเดิมพันข้าง คู่ ใหญ่-เล็ก และ Perfect Pair
เดิมพันข้างให้อัตราจ่ายสูงกว่าเดิมพันหลักหลายเท่า แต่โอกาสเกิดต่ำกว่ามากจนบางตัวมี house edge เกิน 10% ตัวเลขในตารางจึงไม่ควรอ่านแค่ยอดจ่าย แต่ต้องดูความน่าจะเป็นกำกับเสมอ
หลักคิดง่าย ๆ สำหรับเดิมพันข้างคือดูก่อนว่าโต๊ะนั้นบังคับขั้นต่ำเท่าไหร่ ถ้าขั้นต่ำสูงเมื่อเทียบกับหน่วยเดิมพันของคุณ ให้ข้ามไปเลย เพราะการซื้อเดิมพันข้างแพงเกินไปจะกินกำไรจากฝั่งหลักที่ทำได้ยากอยู่แล้ว
เดิมพันคู่ (Pair) จ่าย 11:1
เดิมพันคู่คือการทายว่าไพ่สองใบแรกของฝั่งที่เลือกจะออกดอกเดียวกัน โอกาสเกิดประมาณ 9.5% อัตราจ่าย 11:1 ฟังดูน่าลงทุน แต่พอคิดเป็นมูลค่าคาดหวังแล้วยังติดลบชัดเจน เหมาะใช้เป็นไม้เล็ก ๆ เพื่อความตื่นเต้นมากกว่าหวังกำไรหลัก
เดิมพันใหญ่-เล็ก (Big/Small) จ่าย 0.5:1 ถึง 1.5:1
เดิมพันใหญ่-เล็กคือทายว่าไพ่รวมของทั้งสองฝั่งจะออก 4 ใบ (Small) หรือ 5-6 ใบ (Big) อัตราจ่ายขึ้นกับกติกาของแต่ละค่าย และบางโต๊ะไม่มีตัวเลือกนี้ ต้องเช็คตารางก่อนวางเงิน เพราะตัวเลขต่างกันไม่กี่บาทแต่มีผลกับกำไรสะสมในระยะยาว
Perfect Pair จ่าย 25:1
Perfect Pair ให้อัตราจ่ายสูงที่สุดในกลุ่มเดิมพันข้าง เพราะต้องทายว่าไพ่คู่จะเป็นดอกเดียวกันและสีเดียวกัน โอกาสเกิดต่ำกว่าคู่ธรรมดามาก ตัวเลข 25:1 จึงไม่ใช่สัญญาณว่าคุ้ม แต่เป็นราคาของความหายาก ควรเล่นด้วยเงินจำนวนเล็กที่พร้อมเสียเท่านั้น

เทียบอัตราจ่ายบาคาร่าระหว่างค่ายบน bk8
อัตราจ่ายหลักบน bk8 เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกค่าย คือ Player 1:1, Banker 0.95:1 และ Tie 8:1 สิ่งที่ต่างกันคือการมีหรือไม่มีโต๊ะ No Commission ค่าเดิมพันขั้นต่ำ กติกาเจ้ามือ 6 แต้ม และตัวเลือกเดิมพันข้าง ตารางด้านล่างช่วยให้เห็นว่าควรเช็คอะไรก่อนเลือกค่าย
| ค่าย | ค่าคอม Banker | โต๊ะ No Commission | จุดที่ควรเช็ค |
|---|---|---|---|
| Evolution | 5% มาตรฐาน | มี | ป้ายสถิติชัด ค่าเดิมพันขั้นต่ำหลากหลาย |
| SA Gaming | 5% มาตรฐาน | มีบางโต๊ะ | ไพ่เร็ว เหมาะกับคนเล่นสั้น |
| Sexy Baccarat | 5% มาตรฐาน | มีบางโต๊ะ | บรรยากาศสบาย ขั้นต่ำเริ่มถูก |
| Dream Gaming | 5% มาตรฐาน | มี | ตัวเลือกเดิมพันข้างเยอะ |
| WM Casino | 5% มาตรฐาน | มีบางโต๊ะ | เพดานเงินหลากหลาย เหมาะกับคนทุนน้อย |
ถ้าคุณอ่านอัตราจ่ายเป็นแล้ว การเลือกค่ายจะกลายเป็นเรื่องความเร็วไพ่และเพดานเงินมากกว่าตัวเลขจ่าย เพราะตัวเลขหลักแทบไม่ต่าง บนเว็ปbk8 ของเว็บนี้มีข้อมูลค่ายและกติกาให้เทียบอยู่แล้ว ใครที่เน้นโต๊ะช้าเพื่อจดสถิติกับคนที่ชอบสปีดเร็วจะได้ผลลัพธ์ต่างกันชัดเจน
แทงฝั่งไหนคุ้มที่สุดเมื่อคิดจากความน่าจะเป็นจริง
คำตอบอยู่ในช่องว่างระหว่างอัตราจ่ายกับความน่าจะเป็น ฝั่ง Banker ชนะราว 45.9% ของจำนวนตา ฝั่ง Player ชนะราว 44.6% และไพ่เสมอราว 9.5% ตัวเลขนี้ทำให้ Banker ได้เปรียบเชิงสถิติเสมอ แม้ต้องจ่ายค่าคอม 5% ทุกครั้งที่ชนะ
ฝั่ง Player เหมาะกับคนที่ไม่ชอบโดนหักค่าคอมเพราะจ่าย 1:1 เต็ม ส่วนไพ่เสมอที่จ่าย 8:1 มี house edge สูงที่สุดในบรรดาเดิมพันหลัก จึงควรใช้เป็นตัวเลือกเสริมเท่านั้น ถ้าเล่นยาวแล้วเทียบผลจริง คุณจะเห็นว่าส่วนต่างของอัตราจ่ายมีผลกับกำไรสุทธิชัดกว่าที่คิด
ถ้าคุณยึดฝั่งเดียวตลอดเซสชัน สถิติจะบอกว่าฝั่ง Banker ให้ผลลัพธ์คงที่กว่าในระยะยาว เพราะความน่าจะเป็นชนะสูงกว่าเล็กน้อย ข้อเสียคือกำไรไม่เต็มจำนวนและต้องจ่ายค่าคอมทุกไม้ที่ชนะ ซึ่งคนที่เล่นสั้นอาจรู้สึกว่าหักเยอะกว่าที่คิด
House Edge คืออะไร คิดจากอัตราจ่ายได้อย่างไร
House edge คือความได้เปรียบของโต๊ะที่คำนวณจากทั้งอัตราจ่ายและความน่าจะเป็น ไม่ได้มาจากค่าคอมอย่างเดียว ฝั่ง Banker มี house edge ประมาณ 1.06% ฝั่ง Player ประมาณ 1.24% และไพ่เสมอสูงถึงหลักสิบเปอร์เซ็นต์ ยิ่งตัวเลขนี้สูง เงินของคุณจะหายไปเร็วขึ้นแม้เล่นตามสูตร
วิธีอ่านง่าย ๆ คือทุก 100 บาทที่หมุนเวียนในโต๊ะ ค่าเฉลี่ยระยะยาวจะกลับไปที่โต๊ะประมาณ 1 บาทสำหรับฝั่ง Banker ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายของการเล่น ไม่ใช่กำไรของใคร นี่คือเหตุผลที่ค่ายดี ๆ ต้องแสดงกติกาและอัตราจ่ายชัดเจน เพื่อให้คุณเทียบก่อนวางเงินจริง

คำนวณกำไรจากอัตราจ่าย ตัวอย่างทุน 100, 500 และ 1,000 บาท
ตารางด้านล่างให้เห็นภาพว่าอัตราจ่ายแปลงเป็นเงินจริงเท่าไหร่ ทั้งการเดิมพัน 100, 500 และ 1,000 บาทในประเภทที่คนเล่นบ่อย ตัวเลขทั้งหมดคิดจากอัตราจ่ายมาตรฐาน ยังไม่รวมเงื่อนไขโปรโมชั่นหรือโบนัสที่ต้องทำเทิร์น ถ้าต้องการรายละเอียดโบนัสดูเพิ่มได้ที่หน้าโปรโมชั่นของเว็บนี้
| เงินที่วาง | ฝั่งที่ชนะ | อัตราจ่าย | กำไรที่ได้ | รับรวม |
|---|---|---|---|---|
| 100 บาท | Player | 1:1 | +100 บาท | 200 บาท |
| 100 บาท | Banker | 0.95:1 | +95 บาท | 195 บาท |
| 100 บาท | Tie | 8:1 | +800 บาท | 900 บาท |
| 500 บาท | Banker | 0.95:1 | +475 บาท | 975 บาท |
| 500 บาท | Player Pair | 11:1 | +5,500 บาท | 6,000 บาท |
| 1,000 บาท | Banker | 0.95:1 | +950 บาท | 1,950 บาท |
| 1,000 บาท | Banker 6 แต้ม (Super 6) | 0.5:1 | +500 บาท | 1,500 บาท |
ข้อที่ต้องจำคืออัตราจ่ายบอกแค่ผลตอบแทนเมื่อชนะ ไม่ได้บอกว่าโอกาสชนะเท่าไหร่ คนที่เห็นตัวเลข 25:1 แล้ววางเงินก้อนใหญ่เพราะคิดว่าจะรวยเร็ว มักเจอผลลัพธ์ตรงข้าม การวางหน่วยเล็กและเล่นอย่างมีวินัยตามเพดานที่ตั้งไว้ จะพาคุณไปได้ไกลกว่าการล่าอัตราจ่ายสูงสุดในโต๊ะ
อีกวิธีใช้ตารางคือย้อนดูสถิติตัวเองว่าชนะฝั่งไหนบ่อยที่สุด แล้วคำนวณว่าถ้าเดิมพันแบบนั้นทุกไม้ด้วยหน่วยเท่ากัน กำไรสุทธิจะออกมาเท่าไหร่หลังหักค่าคอม ตัวเลขที่ได้มักต่ำกว่าที่หลายคนคาด ซึ่งช่วยให้ตั้งความคาดหวังได้ตรงและเล่นอย่างมีวินัยขึ้น
เคล็ดลับเลือกโต๊ะให้ได้อัตราจ่ายที่คุ้มกับทุน
ก่อนนั่งโต๊ะใด ให้เช็คสามอย่างตามลำดับ คือประเภทเดิมพันที่คุณจะเล่นจริง ค่าเดิมพันขั้นต่ำที่ทำให้หน่วยเดิมพันไม่ใหญ่เกินทุน และกติกาเจ้ามือ 6 แต้มว่าเป็นแบบมีค่าคอมหรือไม่มี ถ้าสามข้อนี้ตรงกับแผนของคุณ อัตราจ่ายที่ได้จะคุ้มกว่าโต๊ะที่ตัวเลขจ่ายสวยแต่กติกาไม่ตรงกับสไตล์การเล่น
อีกเรื่องที่คนมักมองข้ามคือขั้นต่ำของเดิมพันข้าง ถ้าโต๊ะบังคับยอดสูงสำหรับ Perfect Pair การซื้อโชคด้วยไม้เล็ก ๆ ตามแผนอาจทำไม่ได้เลย ถ้าเล่นบนมือถือบ่อย ๆ ให้จำทางเข้าbk8 ของเว็บนี้ไว้ แล้วเช็คกติกาทุกครั้งที่เปลี่ยนค่าย
ถ้าคุณเล่นหลายค่ายสลับกัน ให้จดตารางสั้น ๆ ไว้ว่าค่ายไหนหักค่าคอมเท่าไหร่ มีโต๊ะ No Commission ไหม และขั้นต่ำของเดิมพันข้างเท่าไร หลังสองสามเซสชันคุณจะรู้เองว่าค่ายไหนเข้ากับสไตล์ของคุณที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเรื่องอัตราจ่ายบาคาร่า (FAQ 8 ข้อ)
สรุปคำถามที่คนถามเข้ามาบ่อยที่สุดเรื่องอัตราจ่าย พร้อมคำตอบสั้น ๆ ที่ใช้ตัดสินใจได้จริง ถ้าคุณเพิ่งเริ่มเล่น แนะนำอ่านรายละเอียดเรื่องสูตรและค่ายเกมเพิ่มเติมในเว็บเพื่อให้เห็นภาพทั้งระบบก่อนตัดสินใจวางเงินก้อนแรก
ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องค่าคอมหรือกติกาโต๊ะ เริ่มจากโต๊ะที่คนเล่นเยอะและอ่านตารางก่อนวางเงินจะปลอดภัยกว่า
อัตราจ่ายบาคาร่าบน bk8 เท่ากันทุกค่ายไหม
เท่ากันในเดิมพันหลัก คือ Player 1:1, Banker 0.95:1 และ Tie 8:1 ที่ต่างกันคือโต๊ะ No Commission กติกาเจ้ามือ 6 แต้ม ค่าเดิมพันขั้นต่ำ และตัวเลือกเดิมพันข้างของแต่ละค่าย
ทำไมแทง Banker ได้ 0.95:1 ไม่ใช่ 1:1
เพราะฝั่ง Banker ได้เปรียบเชิงสถิติ โต๊ะจึงหักค่าคอมมิชชั่น 5% จากกำไรทุกครั้งที่ชนะ ลง 100 บาทได้กำไร 95 บาท โดยระบบหักอัตโนมัติ
ค่าคอมมิชชั่นหักตอนไหน หักจากเงินที่วางด้วยไหม
หักเฉพาะตอนชนะฝั่ง Banker และหักจากกำไรเท่านั้น ไม่ได้หักจากเงินที่วาง ถ้าแพ้เสียเต็มจำนวนตามปกติ ส่วนฝั่ง Player ไม่มีค่าคอม
ไพ่เสมอ Tie จ่าย 8:1 คุ้มไหม
ไม่คุ้มในระยะยาว เพราะ house edge ของ Tie สูงกว่าฝั่ง Player และ Banker หลายเท่า เหมาะเป็นไม้เสริมหาเสียงเท่านั้น ไม่ควรเป็นเดิมพันหลัก
เดิมพันคู่ 11:1 หรือ Perfect Pair 25:1 ควรเล่นไหม
เล่นได้ถ้ามีงบสำหรับเดิมพันข้างโดยเฉพาะ และวางหน่วยเล็กที่พร้อมเสีย โอกาสเกิดต่ำกว่าคู่ธรรมดามาก อย่าใช้ตัวเลขจ่ายสูงเป็นเหตุผลในการเพิ่มเงิน
โต๊ะ No Commission คุ้มกว่าโต๊ะมีค่าคอมหรือเปล่า
โดยรวม house edge ใกล้เคียงกัน ต่างที่ความถี่ของกรณี Banker 6 แต้ม ถ้าเล่นสั้นและไม่อยากจ่ายค่าคอม โต๊ะ No Commission ตอบโจทย์กว่า แต่ต้องรับการจ่าย 0.5:1 ในตาเหล่านั้น
Super 6 คืออะไร จ่ายเท่าไหร่
คือระบบที่กรณี Banker ชนะด้วยแต้ม 6 จ่ายเพียง 0.5:1 ส่วนตาอื่นฝั่ง Banker ยังจ่าย 1:1 ทำให้คำนวณสูตรเดินเงินยากขึ้นเพราะกำไรแต่ละไม้ไม่เท่ากัน
อัตราจ่ายสูงแปลว่ากำไรเยอะใช่ไหม
ไม่ใช่ อัตราจ่ายสูงแลกมากับโอกาสเกิดที่ต่ำลง ต้องดูคู่กับ house edge เสมอ การเล่นอย่างมีวินัยตามเพดานทุนและไม่ไล่ตามทุนคืนสำคัญกว่าการล่าอัตราจ่ายสูง